นางสาวสุพัตรา ดวงราศรี
ห้อง 3 (เทียบโอน)
รหัส 2581051541342
สาขา เทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ
Future Exploration
Network ในอนาคตการสำรวจเครือข่าย
About Future Exploration
Networks เครือข่ายเกี่ยวกับการสำรวจในอนาคต
Future Exploration
Network (FEN) assists major organizations globally to gain insights into the
future and develop strategies that create competitive advantage. Its unique
services are delivered from its deep in-house expertise, complemented by its
network of global best-of-breed experts.
ในอนาคตการสำรวจเครือข่าย (FEN) ช่วยให้องค์กรหลักทั่วโลกที่จะได้รับข้อมูลเชิงลึกในอนาคตและการพัฒนากลยุทธ์ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
บริการที่เป็นเอกลักษณ์มีการส่งมอบจากความเชี่ยวชาญลึกในบ้านครบครันด้วยเครือข่ายของผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดของสายพันธุ์ทั่วโลก
Service บริการ
Strategy consulting
FEN applies a range of tools and
approaches to assist its clients to develop clear, actionable strategies in
highly uncertain environments. We have deep expertise in applying scenario
planning to build robust strategies.
ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์
FEN ใช้ช่วงของเครื่องมือและวิธีการที่จะช่วยให้ลูกค้าของตนที่ชัดเจนในการพัฒนากลยุทธ์การดำเนินการในสภาพแวดล้อมที่มีความไม่แน่นอนสูง
เรามีความเชี่ยวชาญลึกในการประยุกต์ใช้การวางแผนที่จะสร้างสถานการณ์กลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง
Research
Deep research into technological,
social, and business trends supports clients’ strategic thinking, decisions,
and implementation. Technology landscapes help organizations to plan long-term
positioning, product development, and technology strategies.
การวิจัย
ลึกลงไปในการวิจัยเทคโนโลยีสังคมและแนวโน้มของธุรกิจสนับสนุนลูกค้าคิดเชิงกลยุทธ์ในการตัดสินใจและการดำเนินการ
ภูมิทัศน์เทคโนโลยีช่วยให้องค์กรในการวางแผนการวางตำแหน่งในระยะยาวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์เทคโนโลยี
Thought leadership content
FEN
creates content for leading organizations that will reach and engage attention-poor
senior executives and support key messages on technology and business trends.
These can be delivered in a wide variety of content formats, including print,
presentations, documents, audio, video, and flash, and delivered so they reach
target audiences.
คิดว่าเนื้อหาเป็นผู้นำ
FEN สร้างเนื้อหาสำหรับองค์กรชั้นนำที่จะเข้าถึงและมีส่วนร่วมผู้บริหารระดับสูงให้ความสนใจที่ยากจนและสนับสนุนข้อความสำคัญเกี่ยวกับแนวโน้มทางธุรกิจและเทคโนโลยี
เหล่านี้สามารถส่งมอบในความหลากหลายของรูปแบบของเนื้อหารวมทั้งการพิมพ์, การนำเสนอ, เอกสาร, วิดีโอ,
เสียง, และแฟลชและส่งมอบเพื่อให้พวกเขาเข้าถึงผู้ชมเป้าหมาย
1G (First Generation)
เริ่มตั้งแต่ 1G ซึ่งเป็นยุคที่ใช้ระบบ Analog
คือใช้สัญญาณวิทยุในการส่งคลื่นเสียง
โดยไม่รองรับการส่งผ่านข้อมูลใดๆทั้งสิ้นซึ่งนั่นก็หมายความว่าสามารถใช้งานทางด้าน
Voice ได้อย่างเดียวค่ะ ... คือ โทรออก-รับสาย เท่านั้น
ไม่มีการรองรับการใช้งานด้าน Data ใดๆ ทั้งสิ้น .. แม้แต่การรับ-ส่ง SMS ก็ยังทำไม่ได้ในยุค 1G แต่จริงๆแล้ว ในยุคนั้น
ผู้บริโภคก็ยังไม่มีความต้องการในการใช้งานอื่นๆ นอกจากเสียง (Voice)
อยู่แล้ว
โดยปริมาณผู้ใช้โทรศัพท์มือถือยังอยู่ในขอบเขตที่จำกัดมาก
และจะพบว่าผู้ใช้มักจะเป็นนักธุรกิจที่มีรายได้สูงเสียส่วนใหญ่
2G (Second Generation)
หลังจากนั้น ก็ได้พัฒนาต่อมาเป็นยุค 2G ซึ่งเปลี่ยนจากการส่งคลื่นทางคลื่นวิทยุแบบ
Analog มาเป็นการเข้ารหัส Digital ส่งทางคลื่น Microwave
ซึ่งในยุคนี้เอง
เป็นยุคที่เริ่มทำให้เราเริ่มที่จะสามารถใช้งานทางด้าน Data
ได้
นอกเหนือจากการใช้งาน Voice เพียงอย่างเดียว
ในยุค 2G นี้ ... เราสามารถ
รับ-ส่งข้อมูลต่างๆและติดต่อเชื่อมโยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ
จนเกิดการกำหนดเส้นทางการเชื่อมกับสถานีฐาน หรือที่เรียกว่า cell
site และก่อให้เกิดระบบ
GSM (Global System for Mobilization) ซึ่งทำให้เราสามารถถือโทรศัพท์เครื่องเดียวไปใช้ได้เกือบทั่วโลก
หรือที่เรียกว่า Roaming
ยุค 2G นี้
ถือเป็นยุคเริ่มต้นแห่งการเฟื่องฟูของโทรศัพท์มือถือเลย ...
ราคาของโทรศัพท์มือถือเริ่มต่ำลง (กว่ายุค 1G) ทำให้ปริมาณผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีมากขึ้น
ซึ่งการส่งข้อมูลของยุค 2G นี้
เป็นยุคที่มีการเริ่มฮิต Download Ringtone , Wallpaper , Graphic ต่างๆ แต่ก็จะจำกัดอยู่ที่การ Download
Ringtone แบบ Monotone
และ ภาพ Graphic
ต่างๆก็เป็นเพียงแค่ภาพขาว-ดำที่มีความละเอียดต่ำเท่านั้น
2.5 G
หลังจากนั้น ก็เป็นยุคก้ำกึ่งระหว่าง
2G และ 3G
... ซึ่งก็คือ 2.5G
ซึ่ง 2.5G
นี้
เป็นยุคที่กำเนิดเทคโนโลยี GPRS (General Packet Radio Service) นั่นเอง ซึ่งตามหลักการแล้ว ...
เทคโนโลยี GPRS นี้สามารถส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง
115 Kbps เลยทีเดียว แต่เอาเข้าจริงๆ ความเร็วของ GPRS
จะถูกจำกัดให้อยู่ที่ประมาณ
40 kbps เท่านั้น
2.75G
ก่อนจะมาถึงยุค 3G เราก็ยังมี 2.75G
ด้วยนะ
ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการใช้เทคโนโลยี EDGE (Enhanced Data rates for Global
Evolution) นั่นเอง
EDGE นั้นถือเป็นเทคโนโลยีต่อยอดของ GPRS
และถูกเรียกกันว่าเทคโนโลยียุค
2.75 G (อย่างไม่เป็นทางการ) ลักษณะการทำงานของ EDGE
นั้นจะเป็นการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพความเร็วจากพื้นฐานของ
GPRS ให้มีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลได้สูงขึ้น
**แต่ว่า ยุค 2.75G
ของ EDGE
นั้น ไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการนะ
เพียงแค่ยกขึ้นมาเปรียบเทียบช่วงคาบเกี่ยวระหว่างยุค 2.5G
และ 3G เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นอ่ะ
3G
ต่อมาก็ได้พัฒนามาเป็นระบบ 3G หรือ Third
Generation ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่
3
จุดเด่นที่สุดของ 3G นั้น ...
เป็นเรื่องของความเร็วในการเชื่อมต่อและการรับ-ส่งข้อมูล
โดยเน้นการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยความเร็วสูง
ทำให้ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลต่างๆ รวดเร็วมากขึ้น พร้อมทั้งสามารถใช้ บริการ
Multimedia ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และ มีประสิทธิภาพแบบมากยิ่งขึ้น เช่น การรับ-ส่ง File
ที่มีขนาดใหญ่ , การใช้บริการ Video/Call
Conference , Download เพลง , ดู TV
Streaming ต่างๆ
ซึ่งถ้่าเปรียบเทียบเทคโนโลยี 2G กับ 3G แล้ว ... 3G มีช่องสัญญาณความถี่ และ
ความจุในการรับส่งข้อมูลที่มากกว่าเยอะเลย คุณสมบัติหลักที่เด่นๆ
อีกอย่างหนึ่งของระบบ 3G ก็คือ Always
On ... คือ
มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดโทรศัพท์ด้วย
4G ( Forth Generation )
เทคโนโลยี 4G เป็นเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงชนิดพิเศษ
หรือเป็นเส้นทางด่วนสำหรับข้อมูลที่ไม่ต้องอาศัยการลากสายเคเบิล
โดยระบบเครือข่ายใหม่นี้ จะสามารถใช้งานได้แบบไร้สาย
รวมถึงคุณสมบัติการเชื่อมต่อเสมือนจริงในรูปแบบสามมิติ (three-dimensional) ระหว่างผู้ใช้โทรศัพท์ด้วยกันเอง
นอกจากนั้น สถานีฐาน
ซึ่งทำหน้าที่ในการส่งผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่จากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง
และมีต้นทุนการติดตั้งที่แพงลิ่วในขณะนี้
จะมีให้เห็นกันอย่างแพร่หลายเช่นเดียวกับหลอดไฟฟ้าตามบ้านเลยทีเดียว สำหรับ 4G จะสามารถส่งผ่านข้อมูลแบบไร้สายด้วยระดับความเร็วสูงที่เพิ่มขึ้นถึง
100 เมกะไบต์ต่อวินาที
ซึ่งห่างจากความเร็วของชุดอุปกรณ์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ที่ระดับ 10 กิโลบิตต่อวินาที เราคงได้รู้ถึงความพิเศษของ 4G กันแล้ว แต่นี่เป็นเพียงความพิเศษเบื้องต้นเท่านั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น